ผู้ป่วยที่ติดเครื่องมืจัดฟัน มักจะยากต่อก่รทำความสะอาด โดยเฉพาะใต้เหล็กจัดฟัน ทำให้มีเศษอาหารตกค้าง ส่งผลให้เหงือกอักเสบ หากสามารถทำความสะอาดได้โดยใช้แปรงซอกฟันช่วยทำความสะอาดด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จัดฟันเป็นอย่างยิ่ง
จัดฟันดัดฟันDamon
จัดฟัน ระบบบ Damon
การจัดฟันระบบใหม่ที่ทำให้หลีกข้อจำกันระบบการจัดฟันแบบเดิม
“ไม่เจ็บ เร็ว ถอนฟันน้อยกว่า” คือ นิยามของการจัดฟันแบบนี้
Animation การจัดฟัน เรื่องฟันหน้าหายไป1ซี่
สาเหตุที่หมอติดแบล็กเกตให้ไม่ตรงและใช้ลวดเส้นเล็ก
อีกคำถามนึงที่น่าสนใจและพบบ่อยในปัจจุบันก็คือ หลังจากติดเครื่องมือจัดฟันเรียบร้อยแล้ว มาลองส่องกระจกดู อ้าว! คุณหมอติดแบล็กเกตให้ไม่ตรงนี่นา คุณหมอรีบเกินไปรึเปล่า ฟันเราจะเรียงตัวสวยเหมือนคนอื่นเค้ามั้ย แล้วทำไมคุณหมอถึงใช้ลวดเส้นเล็ก มันจะดึงฟันเราได้รึเปล่า ไม่ต้องตกใจไปค่ะ วันนี้เราเลยจะมาอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณหมอติดแบล็กเกตให้ไม่ตรงและสาเหตุที่คุณหมอใช้ลวดเส้นเล็กในการดัดครั้งแรกๆมาฝากค่ะ
โดยปกติแล้วการติดเครื่องมือจัดฟันจะใช้เวลาประมาณ 30-1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ลวดที่ใช้ตอนแรกนั้นก็ต้องใช้ลวดเส้นเล็กก่อน เพราะต้องแยกฟันเพื่อเพิ่มพื้นที่ ต่อไปก็จะใช้ลวดเส้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเพื่อดึงฟันให้ชิดกัน และสาเหตุที่คุณหมอติดแบล็กเกตให้ไม่ตรงนั้น มีหลายสาเหตุค่ะ อาจจะเพราะฟันของเราซ้อนทับกันมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถติดที่ตรงกลางฟันได้ หรือคุณหมออาจติดตรงกลางแล้วแต่ฟันของเรายังไม่เรียงกันก็เป็นได้ค่ะ เมื่อฟันเข้าที่แล้วแบล็กเกตก็จะเรียงตัวกันอย่างสวยงาม แต่บางคนบอกว่า เราก็จัดฟันมานานแล้วนะ ฟันก็เรียงกันแล้ว ทำไมเครื่องมือยังไม่ตรง ไม่ต้องกังวลไปค่ะ สุดท้ายแล้วคุณหมอจะทำการติดแบล็กเกตให้ใหม่เพื่อทำให้ฟันเข้าที่เรียบร้อยอย่างแน่นอน หรืออาจถามคุณหมอที่จัดฟันให้ตั้งแต่เริ่มก็ได้นะคะ เพื่อที่คุณหมอจะได้อธิบายถึงเหตุผลของคนไข้แต่ละรายและเพื่อความสบายใจของคนไข้เองด้วยค่ะ
ฟันโยกในระหว่างการจัดฟัน
อาการฟันโยกระหว่างการจัดฟัน
คนไข้ส่วนใหญ่มักเป็นกังวลกับฟันที่โยกขณะการจัดฟัน ว่าอาการโยกนี้ถือเป็นอาการที่ผิดปกติหรือไม่ และหากมีอาการฟันโยกมากๆต้องถอนหรือไม่ ซึ่งอาการฟันโยกนั้นถือเป็นเรื่องปกติโดยทั่วไป เนื่องจากโดยธรรมชาติของฟันจะมีส่วนของรากฟันฝังอยู่ในกระดูกเบ้าฟันโดยมีช่องห่างเล็กน้อย และมีเอ็นยึดยึดระหว่างกระดูกเบ้าฟันและรากฟัน ทำให้ปกติแล้วฟันแต่ละซี่สามารถขยับตัวหรือโยกได้เล็กน้อยอยู่แล้วโดยธรรมชาติ และการเคลื่อนของฟันนั้นเป็นส่วนสำคัญของการจัดฟัน ดังนั้นเมื่อคนไข้จัดฟัน รากฟันจะต้องมีการละลายตัวของกระดูกเบ้าฟัน ฟันจึงจะสามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งไปได้ เพราะฉะนั้นการที่ฟันโยกเล็กน้อยระหว่างการจัดฟันจึงถือเป็นเรื่องปกติ และจะมีอาการโยกง่ายโดยเฉพาะฟันหน้าล่าง ซึ่งมีขนาดเล็ก สามารถเคลื่อนที่ได้ง่าย และเมื่อหลังจัดฟันเสร็จ ฟันก็จะอยู่ในตำแหน่งใหม่ที่เสมอกัน และควรใส่รีเทนเนอร์เพื่อการคงที่ของฟันไม่ให้ฟันเคลื่อน เมื่อใส่รีเทนเนอร์ครบกำหนด ฟันก็จะแน่นขึ้นและไม่โยกอีกต่อไป ส่วนการที่ฟันโยกแล้วยังเอาลิ้นไปดัน ไปสะกิดดู หรือจับโยก เพราะกังวลหรืออะไรก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ฟันโยกมากขึ้นกว่าเดิม และในคนไข้บางรายที่มีอาการโยกของฟันค่อนข้างมาก ยิ่งไม่ควรที่จะไปโดนฟันส่วนนั้นโดยเด็ดขาด ทางที่ดีควรเลี่ยงที่จะทานของแข็งหรือเหนียวมากๆ
หลีกเลี่ยงการใช้ฟันส่วนนั้นจนกว่าฟันจะเคลื่อนที่ตรงตำแหน่งและเริ่มมีอาการโยกที่น้อยลง
ยางจัดฟันคืออะไร มีกี่แบบ
หลายคนอาจจะสงสัย ว่ายางจัดฟันมีกี่แบบ และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
ยางจัดฟัน คือ ยางห่วงเล็กๆ ที่ทำมาจากยางธรรมชาติ เพื่อใช้รัดแบล็กเกตกับลวดให้อยู่กับที่ ทำให้ฟันเรียงตัวตามตำแหน่งที่ติดเครื่องมือไว้ ยางจัดฟันนั้น จะสูญเสียความยืดหยุ่นและเสื่อมสภาพภายในเวลาไม่นานหลังจากนำไปใช้ในช่องปาก ดังนั้นจึงต้องมีการเปลี่ยนยางทุกๆ 1-2 เดือนตามกำหนดการที่ทันตแพทย์ได้นัดไว้ค่ะ ยางจัดฟันมีทั้งหมด 3 แบบ คือ O-Ring , C-Chain และ ยางดึงฟัน หรือ Elastic โดยยางแต่ละแบบก็จะมีความสามารถในการดึงฟันต่างกันออกไป เริ่มจากยางประเภทแรกหรือ O-Ring นั้น จะมีลักษณะเป็นยางห่วงกลมๆอันเล็กๆ มีความยืดหยุ่นค่อนข้างน้อย มีหน้าที่ยึดแบล็กเกตกับลวด เพื่อไม่ให้ลวดหลุดออกมา ส่วนยางประเภทที่สอง หรือ C-Chain นั้น มีลักษณะคล้ายโซ่ มีหน้าที่เหมือนกับ O-Ring แต่ C-Chain จะช่วยในการดึงฟันที่ห่างให้มาเรียงตัวชิดกันอีกด้วย แต่ในคนไข้บางท่านก็ไม่ต้องใส่ยางประเภทนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรณีและความเห็นสมควรของทันตแพทย์ และยางประเภทสุดท้ายคือ Elastic มีลักษณะคล้ายกับ O-Ring แต่จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า O-Ring ค่อนข้างมาก Elastic หรือยางดึงฟันนั้น จะช่วยให้ฟันเลื่อนเข้าที่ได้รวดเร็ว ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีใส่ยาง ทิศทางและตำแหน่งของยางและระยะเวลาการใส่ และควรเปลี่ยนหนังยางทุก 12-24 ชั่วโมง เพราะยางจะเสื่อมสภาพ ทำให้ความสามารถในการดึงฟันนั้นลดลง ข้อแตกต่างระหว่างยางประเภทนี้กับสองประเภทแรกคือ ยางดึงฟันหรือ Elastic นั้น คนไข้สามารถถอดและใส่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจาก O-Ring และ C-Chain ที่ไม่สามารถถอดออกในระหว่างเดือนด้วยตนเองได้
พบบทความจัดฟันต่อไปครับ
ปัญหาการจัดฟันกับแผลในช่องปาก
ปัญหาหลักๆจากการจัดฟัน คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องแผลในช่องปากที่เกิดจากการเสียดสีของเหล็กและแบล็กเกตกับกระพุ้งแก้ม ทำให้เกิดแผลและความรำคาญ คนไข้บางรายก็หนักถึงขั้นไม่สามารถทานของรสจัดได้ นอกจากนั้นอาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้ในระยะยาว มีคำถามมากมายว่าการที่เกิดแผลในกระพุ้งแก้มนั้นมีโอกาสหายหรือไม่ หรือว่าจะเป็นไปตลอดระยะการจัดฟัน และถ้าเป็นประจำโดยไม่หายจะมีโอกาสเป็นมะเร็งในช่องปากหรือไม่ วันนี้เราจึงจะมาอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในช่องปาก และวิธีลดการเกิดแผลในช่องปากกันค่ะ
โดยปกติแล้ว แผลในช่องปากจะเกิดในระยะแรกๆของการจัดฟันหรือเปลี่ยนลวดเส้นใหม่ที่คมหรือบิ่นทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก โดยแผลจะมีลักษณะเป็นเยื่อบุสีขาวๆและบวมออกมา และจะหายไปเองในเวลาไม่นาน วิธีลดปัญหาแผลในช่องปากนั้น สามารถแก้ได้โดยการใช้ขี้ผึ้งหรือเทียนไขอ่อน มีลักษณะเป็นแท่งกลมๆสีขาวขุ่น เวลาใช้ให้แบ่งออกมาบางส่วน ปั้นเป็นลูกกลมๆและแปะไปตามบริเวณลวดหรือแบล็กเกตส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดแผลในช่องปาก ก็จะสามารถลดการเกิดแผลได้ในส่วนหนึ่ง โดยขี้ผึ้งนี้ก็สามารถขอได้จากทันตแพทย์หรือซื้อตามร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อได้ทั่วไป และในช่วงระยะเวลาที่เกิดแผลนั้น ควรทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หมั่นทานน้ำบ่อยๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดก็สามารถช่วยป้องกันการอักเสบของแผลได้ค่ะ
วิธีแก้ปัญหาการดุนฟันทำให้การจัดฟันล่าช้า
คำถามส่วนใหญ่ที่คนจัดฟันมักสงสัย คงจะหนีไม่พ้นคำถามที่ว่าเราต้องจัดนานแค่ไหน เมื่อไหร่จะได้เอาออกสักที แล้วทำไมเราถึงใช้ระยะเวลานานกว่าคนอื่นเขาก็ไปดูกันเลยค่ะว่าสาเหตุนั้นมีอะไรบ้าง
เหตุผลที่ทำให้จัดฟันนานนั้น มีได้หลายสาเหตุ เช่น การจัดฟันที่ซ้อนกันมาก การมาไม่ตรงตามที่หมอนัด หรือนิสัยบางอย่างที่มีผลต่อฟัน เช่น การดูดนิ้ว กัดเล็บ และปัญหาที่พบได้บ่อยคือ การกลืนน้ำลายโดยเอาลิ้นดุนฟัน ซึ่งส่งผลให้ฟันยื่นไปด้านหน้าและเข้าที่ช้ากว่าปกติ ซึ่งปกติคนเราเมื่อกลืนน้ำลาย ลิ้นก็จะอยู่เฉยๆ แต่บางคนทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย ลิ้นก็มักจะเลื่อนตัวมาข้างหน้า ดุนฟันบนทุกวันๆ ฟันก็เริ่มยื่นและห่าง หมอบางท่านก็จะใส่ Tongue Crib ซึ่งก็คือเครื่องมือที่ไว้กั้นระหว่างลิ้นและฟันเพื่อ ไม่ให้ลิ้นสัมผัสกับฟันได้ ให้แก่คนไข้ก่อนการติดเครื่องมือ เป็นการฝึกลิ้นที่ทำให้การจัดฟันนั้นเร็วขึ้น แต่ถ้าเกิดติดเครื่องมือไปแล้ว วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือ การฝึกม้วนปลายลิ้นขึ้นไปแตะเพดานปากด้านในสุดเท่าที่จะทำได้และทำค้างไว้ซัก3วินาทีทุกวัน ซึ่งการแก้ปัญหาการเอาลิ้นไปดุนฟันนั้นต้องรู้ตัว และมีสติตลอดเวลา หัดให้เป็นนิสัย วิธีนี้ นอกจากจะเป็นการแก้นิสัยการดุนฟันแล้ว ยังเป็นการบริหารลิ้น เพื่อช่วยให้เจริญอาหารอีกด้วย เพียงวิธีง่ายๆแค่เท่านี้เราก็จะสามารถแก้ปัญหาการดุนฟันที่เป็นหนึ่งในต้นเหตของการจัดฟันที่ล่าช้าได้แล้วค่ะ
การจัดฟันกับรูปหน้าที่เปลี่ยนไป
บางท่านอาจมีข้อสงสัยว่าการจัดฟันนั้นจะเป็นการเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวขึ้น ดั้งโด่งขึ้น หรือคางยาวขึ้นหรือไม่ วันนี้เราจึงจะมาพูดเรื่องเกี่ยวกับการจัดฟันและการเปลี่ยนรูปใบหน้า ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไรและ จะทำให้โครงหน้าเปลี่ยนไปได้มากน้อยแค่ไหน
ปัจจัยในการจัดฟันที่จะจะส่งผลต่อการเปลี่ยนรูปใบหน้าได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประเภท เช่น ความยากง่ายในการจัด หากฟันที่ขึ้นมานั้นซ้อนกันมาก ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงมากและเห็นได้ชัด แต่ในกรณีที่เห็นได้ชัดมากที่สุดมักจะเป็นกรณีของคนไข้ช่วงวัยรุ่นเนื่องจากช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าและขากรรไกรมากเป็นพิเศษและโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 14-16 ปีในผู้หญิง และประมาณ 18 ปี ในผู้ชาย ส่วนขนาดของขากรรไกรมักถูกกำหนดโดยพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่ การจัดฟันด้วยเครื่องมือจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกรในช่วงที่ยังโตไม่เต็มที่ จึงจะสามารถยับยั้งหรือกระตุ้นการเจริญของขากรรไกรบนได้เล็กน้อย หลังจากช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ใบหน้าและขากรรไกรจะมีการเจริญเติบโตที่ลดช้าลง แต่บริเวณจมูกและคางจะยังยื่นขึ้นได้เล็กน้อย เมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ดูเหมือนว่าดั้งโด่งและคางยาวขึ้น
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การจัดฟันสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของขากรรไกรได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และจะเห็นได้ชัดในช่วงของริมผีปาก เนื่องจากฟันที่เคลื่อนตัวนั้นจะส่งผลต่อลักษณะของริมฝีปากโดยตรง โดยปัจจัยอื่นๆนั้นขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหน้าตามธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เมื่อขณะจัดฟันจึงทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าการจัดฟันช่วยในการเปลี่ยนรูปหน้านั่นเอง
การเตรียมความพร้อมก่อนดัดฟัน
กระแสการจัดฟันยังคงเป็นที่นิยมในหมู่เด็ก ๆ
ทั้งวัยพรีทีน และวัยทีน โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องกรรมพันธุ์ เช่น ฟันเก ฟันเขี้ยว ขากรรไกรล่างยื่น ฯลฯ หรือปัญหาจากสิ่งแวดล้อม เช่น ดูดนิ้ว, ลิ้นดุนฟัน ฯลฯ โดยจากการสุ่มสำรวจคลินิคทันตแพทย์ และโรงพยาบาลฟันในเขตกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่พบว่า ตลาดจัดฟันมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างสูงถึง 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน แม้ในด้านหนึ่งอาจเป็นมุมมองเกี่ยวกับความสวยงาม แฟชั่น แต่อีกส่วนหนึ่ง การจัดฟันก็อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่แอบโล่งใจว่าลูก ๆ จะสามารถทำความสะอาดฟันได้ดีขึ้นหลังจากถอดเครื่องมือออก ไม่ต้องผจญกับปัญหาเศษอาหารติดตามฟันเก ฟันเขี้ยว เหมือนเช่นที่พ่อแม่เจอในอดีตแต่ระยะทาง ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายที่ต้องแลกไปกว่าจะได้มาซึ่งฟันที่สวยงามก็อาจเป็นปัญหาให้เด็ก ๆ หงุดหงิด งอแง อึดอัดใจได้ เพราะเราเชื่อแน่ว่า คงไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะพอใจกับการมาถึงของลวดเล็ก ๆ ที่พร้อมจะเกี่ยวปากให้เป็นแผลได้ทุกขณะ ซึ่งในส่วนนี้ความสัมพันธ์ของขากรรไกรต่อใบหน้า สมัยก่อนมีรูปแบบเดียวคือใช้ลวดยึด และปัจจุบันก็ยังคงเป็นวิธีการใช้แรงที่ดีที่สุด แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ ประกอบกับบางเคส เด็กเองก็มีปัญหาที่แตกต่างกัน เลยทำให้ในปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องมือในการจัดฟันขึ้นมาอีกหลายแบบเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว อยากให้นึกภาพการจัดฟันสมัยก่อน ที่เราต้องไปพบคุณหมอให้คุณหมอรัดลวดให้แน่น ๆ พอวันรุ่งขึ้นก็จะเจ็บฟันแบบที่เรียกได้ว่า ฟันจะร่วงทั้งปาก เด็กจะปวด และทรมานมาก แต่พอนานวันไป ความเจ็บปวดก็จะค่อย ๆ หายไป พอครบ 1 เดือนก็ไปดึงใหม่ ไปเจ็บกันใหม่ ตอนนี้มันมีลวดที่ค่อย ๆ ปล่อยแรงทีละนิด ๆ ซึ่งจะไม่ค่อยเจ็บเหมือนแบบเก่า

